วันนี้ (29 มกราคม 2568) เวลา 09.00 น. นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ให้เกียรติบรรยายพิเศษหัวข้อ ความสำคัญของผู้อำนวยการศูนย์ต่อการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตร ในการฝึกอบรมหลักสูตร การพัฒนาทักษะผู้นำสำหรับผู้อำนวยการศูนย์ ระหว่างวันที่ 28 – 31 มกราคม 2568 ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผู้นำหรือผู้บริหารของหน่วยงานระดับศูนย์ ภายใต้สังกัดกรมส่งเสริมการเกษตรให้มีทักษะและศักยภาพในการบริหาร กำกับและดูแลการทำงานของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างกระบวนทัศน์ (Mindset) ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการทำงานให้สอดคล้องกับสังคมที่มีความหลากหลายและกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกาภิวัตน์ อีกทั้งยังเป็นการจูงใจและสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงานใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มความสามารถ รวมถึงบริหารจัดการความขัดแย้ง และแก้ปัญหาการทำงานของทีมงานได้อย่างเกิดผลสัมฤทธิ์ บุคคลเป้าหมายประกอบด้วย ผู้อำนวยการศูนย์ในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร จำนวน 50 คน วิทยากร และผู้ดำเนินการจัด จำนวน 15 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 65 คน

โอกาสนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึง 3 ประเด็นสำคัญที่ผู้อำนวยการศูนย์ในปัจจุบัน จำเป็นต้องมีและต้องปรับตัว ได้แก่

1. มีองค์ความรู้ และสามารถถ่ายทอดรูปแบบการทำเกษตรกรรมสมัยใหม่ที่ได้นำเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) มาขับเคลื่อน และผลักดันให้เกิดการทำเกษตรกรรมที่ช่วยลดปริมาณคาร์บอนในชั้นบรรยากาศ

   2. การทำความเข้าใจ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และเทคโนโลยีชีวภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ จะต้องสามารถส่งองค์ความรู้ และเทคโนโลยีผ่านกระบวนการส่งเสริมการเกษตรูปแบบใหม่ ที่สามารถทำให้เกษตรกรเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เพื่อนำมาซึ่งการเกิดการยอมรับเทคโนโลยีในที่สุด

   3. สามารถส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนจากการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวไปสู่การทำการเกษตรแบบผสมผสานแบบแม่นยำ (Single Crop Patterns to Integrate Precision Farming) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการทำการเกษตรภายใต้อากาศที่แปรปรวน

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญของการศึกษาวิจัย ซึ่งเป็นภารกิจที่ปรากฎในพันธกิจของศูนย์ปฏิบัติการฯ ทั้ง 50 ศูนย์ และคาดหวังว่าภายหลังการฝึกอบรม ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะสามารถผลิต และสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ผ่านกระบวนการศึกษา พัฒนา วิจัย ทดสอบ และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ที่เฉพาะเจาะจงตามบทบาทของแต่ละศูนย์ฯ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนศูนย์ปฏิบัติการฯ ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ (Academy) ที่สามารถผลิต และสร้างองค์ความรู้ได้อย่างตลอดเวลา และต่อเนื่อง