8 ธันวาคม 2568 – นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษหัวข้อ “ต้นกล้าข้าราชการ เรียนรู้ เบิกบาน งานดี” ในการฝึกอบรมหลักสูตร “ต้นกล้าข้าราชการ” รุ่นที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบผสมผสาน ระหว่างวันที่ 8–12 ธันวาคม 2568 ในรูปแบบออนไลน์ (Online Training) ณ ห้องถ่ายทอดออนไลน์ ชั้น 3 อาคารส่งเสริมการเกษตรเบญจสิริกิติ์ กรมส่งเสริมการเกษตร และรูปแบบเผชิญหน้า (Onsite Training) ณ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จังหวัดปทุมธานี

ในการบรรยายครั้งนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงแนวคิดการทำงานของกรมส่งเสริมและการเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรเพื่ออนาคต สำหรับข้าราชการใหม่ โดยเน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจในการเป็นข้าราชการและการดำรงตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

นอกจากนี้ นายพีรพันธ์ คอทอง ได้กล่าวถึงความท้าทายของภาคการเกษตรไทยในปัจจุบันและอนาคต โดยชี้ให้เห็นว่า แม้พื้นที่เกษตรกรรมของไทยจะมีจำกัดอยู่ที่ประมาณ 150 ล้านไร่ แต่ความต้องการอาหารของประชากรโลกกลับเพิ่มสูงขึ้น สวนทางกับทรัพยากรที่มีเท่าเดิม, นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศใหม่ๆ เช่น มาตรการด้านคาร์บอนและสิ่งแวดล้อม ได้กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ข้าราชการรุ่นใหม่ต้องทำความเข้าใจและช่วยเหลือเกษตรกรให้ปรับตัวได้

“กรมส่งเสริมการเกษตรไม่มีสิทธิ์เลือกโจทย์ง่าย หน้าที่ของเราคือช่วยเกษตรกรแก้โจทย์ยากเหล่านี้ให้อยู่รอดและมีรายได้ที่ยั่งยืน” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว

สำหรับทิศทางการขับเคลื่อนงาน ท่านอธิบดีได้เน้นย้ำในประเด็นสำคัญ ดังนี้:

1. การเกษตรมูลค่าสูง (High-Value Agriculture) ต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการทำเกษตรแบบดั้งเดิมที่เน้นปริมาณ มาเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ หรือเครื่องสำอาง (Beauty & Skincare) ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้มากกว่าการขายผลผลิตสดเพียงอย่างเดียว

2. เกษตรเท่าทันภูมิอากาศ (Climate Smart Agriculture – CSA ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีและหลักวิทยาศาสตร์ในการจัดการแปลงเกษตร เพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน เช่น การออกแบบฟาร์ม (Farm Design) ที่เหมาะสม การจัดการดินและน้ำอย่างแม่นยำ และการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อลดต้นทุนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

3. การปรับบทบาทสู่การเป็น “โค้ช” (Coach) ข้าราชการกรมส่งเสริมการเกษตรยุคใหม่ ต้องเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้บรรยาย หรือผู้ถือแฟ้มโครงการ มาเป็น “เพื่อนคู่คิด” ที่ชวนเกษตรกรวิเคราะห์ปัญหา (Problem Based Learning) และหาทางออกร่วมกัน โดยใช้ข้อมูล (Data) มาวิเคราะห์ความเสี่ยงในอนาคต ไม่ใช่มองแค่ข้อมูลในอดีต,,

4. การทำงานเป็นทีมและทัศนคติ ขอให้ข้าราชการใหม่พัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น เข้าใจความแตกต่างของเพื่อนร่วมงาน และไม่สร้างสภาวะที่เป็นพิษ (Toxic) ในที่ทำงาน เพื่อให้องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมีความสุข

ในช่วงท้าย อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรได้ฝากข้อคิดให้แก่ข้าราชการรุ่นใหม่ว่า “ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า อยากให้ทุกคนถามตัวเองว่า เราจะเป็นข้าราชการแบบไหนในสายตาเกษตรกร จะเป็นคนที่เกษตรกรรัก เชื่อมั่น และไว้ใจได้อย่างไร ขอให้รักษาอุดมการณ์และความตั้งใจดีตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเกษตรกรไทยต่อไป”